ถ้าพูดถึงการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก พวกเราทุกคนก็จะนึกถึงการรับประทานอาหารที่บำรุงกระดูก ไม่ว่าจะเป็นนมถั่วเหลือง ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียวเป็นอันดับแรก ต่อมาก็มักจะนึกไปถึงการเสริมแคลเซี่ยมและวิตามินดีแบบอัดเม็ด หรือคนที่คิดมากหน่อยก็อาจนึกเลยไปถึงการออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูก แต่จริงๆแล้วการดูแลสุขภาพกระดูก ยังมีอีกแง่มุมหนึ่ง ที่คุณผู้อ่านหลายท่านอาจนึกไม่ถึง หรือบางท่านอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยด้วยซ้ำ นั่นก็คือการเลี่ยงอาหารที่บ่อนทำลายกระดูกของเรา

การสร้างและทำลายกระดูกในร่างกายเรานั้น เป็นกลไกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างหรือทำลายกระดูกนั้น คือสมดุลของแร่ธาตุแคลเซี่ยมในร่างกาย พบว่าอาหารหลายประเภทส่งผลรบกวนสมดุลแคลเซี่ยมนี้ และต่อไปนี้คือรายชื่ออาหารที่คุณควรระวัง!

การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาหารกลุ่มโปรตีนโดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ จะมีความเป็นกรด ส่งผลให้เกลือแคลเซี่ยมถูกดึงตัวออกจากกระดูก เพื่อมาจัดการกับความเป็นกรดของเลือด การศึกษาพบว่าคนที่รับประทานอาหารโปรตีนสูงนานๆ จะมีความหนาแน่นกระดูกที่บางกว่าคนที่รับประทานอาหารแบบปกติ เหล่าบรรดาสาวกAtkin’s diet ที่รับประทานโปรตีนเป็นสรณะเพื่อลดน้ำหนัก ต้องระวังในจุดนี้ไว้นะคะ
น้ำอัดลม ทั้งแบบปกติและแบบไร้น้ำตาล ก็ส่งผลให้กระดูกของคุณบางลงได้พอๆกัน เนื่องจากน้ำอัดลมมีผลไปดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูก ดังนั้น หากเต็มที่กับชีวิตมากไป อาจกระดูกพรุนได้เหมือนกันนะคะ
คาเฟอีน สำหรับคอกาแฟนั้น หมอขอฝากคำเตือนที่จำง่ายๆคือ “หนึ่งแก้วตาสว่าง สองแก้วงานเดินได้บ้าง สามแก้วกระดูกบางไม่รู้ตัว” เพราะคาเฟอีนในกาแฟ ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวการที่ส่งผลให้แคลเซี่ยมถูกดึงตัวออกมาจากกระดูกเช่นกัน
อาหารเค็ม พบว่าการรับประทานเกลือโซเดียมในปริมาณมาก ส่งผลให้ร่างกายขับแคลเซี่ยมออกทางปัสสาวะมากขึ้น แต่บางการศึกษาก็พบว่า ในคนที่มีการทำงานของไตปกติ การรับประทานอาหารเค็มไม่มีผลต่อกระดูกแต่อย่างใด แม้ผลเสียต่อร่างกายในเรื่องกระดูกยังไม่แน่ชัด แต่อาหารเค็มก็มีผลเสียกับร่างกายมากมาย ดังที่หมอเคยเล่าถึงในทิป Suicide by salt เกลือคร่าชีวิต

ทิป

เลี่ยงการรับประทานอาหารแบบเน้นโปรตีนมากเกินไป โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์
หันมารับประทานโปรตีนจากพืชซึ่งไม่ส่งผลต่อกระดูก เช่น เต้าหู้ ถั่ว โอ๊ต
ลาขาดน้ำอัดลม ทั้งแบบปกติและแบบไร้น้ำตาล
ดื่มกาแฟแค่วันละ 1-2 แก้ว หรือเปลี่ยนมาดื่มชาเขียว ซึ่งมีคาเฟอีนน้อยกว่า และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นโบนัสเสริมด้วย
เลี่ยงการรับประทานอาหารเค็ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงชูรส ซึ่งเป็นแหล่งของเกลือโซเดียมที่เรามักลืมนึกถึงไป

cr.พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล


– เซลลูไลท์เกิดขึ้นได้อย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้าง

ทฤษฎีในปัจจุบันเชื่อว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์คือ ฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า เอสโตรเจน พบว่าเอสโตรเจนไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสท์ (fibroblasts) เกิดการสร้างเอนไซม์คอลลาจีเนส (Collagenase enzyme) ซึ่งมีคุณสมบัติในการย่อยสลายคอลลาเจน ส่งผลให้สายคอลลาเจนบริเวณผิวหนังชั้นหนังแท้หรือชั้นเดอร์มิสอ่อนแอลง ชั้นไขมันที่อยู่ด้านล่างจึงดันผิวหนังขึ้นมา ยิ่งมีเซลล์ไขมันสะสมมาก ก็จะยิ่งย้อนกลับไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างของฮอร์โมนเอสโตรเจนมาก กลายเป็นวัฏจักรของการเกิดเซลลูไลท์

– มีวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเซลลูไลท์หรือไม่

ไม่มีวิธีที่ป้องกันได้ 100% แต่จากทฤษฎีที่ว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเซลลูไลท์ การควบคุมระดับของฮอร์โมนไม่ให้มากเกิน และควบคุมการเมตาบอลิสซึมหรือการขับฮอร์โมนออกอย่างเหมาะสม จะเป็นวิธีที่ป้องกันเซลลูไลท์ได้ ในทางปฏิบัติทำได้โดย

• คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักตัวมาก จะมีเอสโตรเจนส่วนเกินได้ง่าย
• เลี่ยงการรับฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริมโดยไม่จำเป็น เช่น การรับประทานยาคุมกำเนิด
• การออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง เพิ่มโทนของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิคเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน พยายามทำให้ได้ 300 นาทีต่อสัปดาห์
• เลี่ยงการรับประทานอาหารหวาน หรืออาหารที่มีค่าไกลซีมิกอินเด็กซ์สูงเป็นประจำ เช่น ขนมเค้ก ไอศครีม ขนมหวาน กาแฟใส่น้ำตาล เครื่องดื่มรสหวาน เพราะอาหารเหล่านี้จะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่เพิ่มการสะสมไขมันในร่างกาย
• เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะเช่น กาแฟในปริมาณมาก ซึ่งทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ และกระตุ้นการทำลายของคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจนที่ช่วยพยุงชั้นไขมันอ่อนแอลง

– เซลลูไลท์กับน้ำหนักตัวมีความเกี่ยวพันกันหรือไม่ คือต้องอ้วนถึงมีเซลลูไลท์หรือเปล่า

ไม่จำเป็นค่ะ เคยมีงานวิจัยที่สำรวจพบว่า ผู้หญิงมีเซลลูไลท์บริเวณสะโพกและต้นขาถึง 85% แม้ในคนที่ผอมก็มีเซลลูไลท์ได้ค่ะ แต่คนอ้วน มีแนวโน้มที่จะมีเซลลูไลท์รุนแรงกว่า

– คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีสิทธิ์มีเซลลูไลท์หรือเปล่า

มีได้ค่ะ แต่น้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลัง เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียน ระบบถ่ายเทของน้ำเหลือง จึงช่วยลดอาการบวม และการคั่งค้างของสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบค่ะ

– จะใช้ยาอะไรทาดี

ชั้นไขมันที่มีปัญหาจริงๆอยู่ค่อนข้างลึก ปัญหาหลักที่ทำให้การทาครีมไม่ค่อยได้ผล จึงเกิดจากการที่สารสำคัญต่างๆในครีม ไม่สามารถลงลึกไปถึงชั้นไขมันที่มีปัญหาได้ จึงมีการพยายามใช้เทคนิคต่างๆในการนำตัวยาลงสู่ชั้นผิวหนังด้านล่าง ทั้งการนวด การห่อwrap ซึ่งยังไม่มีการศึกษายืนยันว่าช่วยให้สารสำคัญหรือยาต่างๆลงสู่ชั้นไขมันได้จริง

ส่วนผสมที่มีการศึกษาและใช้กันอย่างกว้างขวาง อาจแบ่งได้เป็น
1. กลุ่มที่ช่วยย่อยสลายไขมัน เช่น Caffeine, theophylline, yohimbe, aminophylline
2. กลุ่มที่ไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์คอลลาจีเนส เช่น proanthocyanidins
3. กลุ่มที่ไปเพิ่มความแข็งแรงให้ชั้นคอลลาเจน เช่น วิตามินเอ วิตามินซี


สตรอเบอรี่โยเกิร์ต

ประโยชน์ของสตรอเบอรี่

1.ดูแลสายตา

ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาส่วนใหญ่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางชนิด และเมื่อเราอายุมากขึ้น ดวงตาของเรายิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ซ้ำร้ายความแก่ชราจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ แต่สตรอวเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิก ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าว แถมยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติอีกด้วย

2.ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์

เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานนาน ๆ เข้า กล้ามเนื้อของเราก็มีแต่จะถดถอยของเหลว บริเวณข้อต่อกระดูก็จะเหือดแห้งลงไปเรื่อย ๆ และร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริกเอาไว้มากขึ้น ๆ ทำให้โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ถามหา แต่อย่าห่วงไป เพราะเราสามารถขับไล่โรคทั้งสองได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

3.กำราบโรคมะเร็ง

กินสตรอวเบอร์รี่ทุกวันสิคะเซลล์มะเร็ง และเนื้องอกต้องชิดซ้ายหลีกทางให้แก่สารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี โฟเลต และแอนโธไชยานินส์ ที่มีอยู่มากมายในสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

4.ส่งเสริมการทำงานของสมอง

ยิ่งแก่ยิ่งขี้หลงขี้ลืม เพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาทในสมองเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระตัวร้าย ซึ่งสตรอวเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะมีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ระบบประสาท แถมยังมีไอโอดีนที่ทำให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีก ด้วย Read the rest of this entry »


    รับมือลูกค้าเจ้าอารมณ์

 

ทำมาค้าขายเจอลูกค้าสารพัดประเภท บางคนก็ดีใจหาย อุดหนุนเป็นประจำไม่เปลี่ยนใจ แถมชักชวนคนอื่น
มาซื้อด้วย ยิ่งกว่านั้นยังชี้แนะให้ข้อมูลปรับปรุงกิจการเป็นอย่างดี ลูกค้าแบบนี้ต้องเก็บไว้ชั่วชีวิต Read the rest of this entry »

นายที่ลูกน้องไม่ชอบ

Posted: มิถุนายน 30, 2011 in Story of Guu

นายที่ลูกน้องไม่ชอบ

   ผู้เขียนสำรวจข้อมูลอย่างง่ายๆ ในห้องสัมมนาผู้บริหารชาวไทย 3 ห้อง จากกว่า 20 บริษัท จำนวน 72 คน ผู้บริหารแต่ละท่านเสนอลักษณะนายที่ตนเคยทำงานด้วยแล้วไม่ชอบไม่ประทับใจออก มา ได้ข้อมูลให้พวกเรานักบริหารพอดูเป็นแนวทางเบื้องต้นได้ว่า Read the rest of this entry »


เทคนิคการขาย
“งาน ขาย” ถือเป็นงานที่ต้องใช้ศิลปะเพื่อการจูงใจลูกค้า ดังนั้น พนักงานขายจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การเสนอขาย เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายให้แก่องค์กร และการขยายฐานลูกค้าใหม่

เจาะลึก “ศิลปะการขาย” Read the rest of this entry »


ลดหุ่นให้เข้าที่ ด้วย35 วิธีลดความอ้วน

1.รับประทานผัก-ผลไม้มาก ๆ

อย่าละเลยการรับประทานผัก-ผลไม้เด็ดขาดค่ะ เพราะผักผลไม้มีทั้งเส้นใย และสารอาหารต่าง ๆ ที่ดีกับคุณสาว ๆ แถมทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วย Read the rest of this entry »