เทคนิคการขาย และ10วิธีเอาชนะความกลัวในการขาย

Posted: มิถุนายน 30, 2011 in Story of Guu
ป้ายกำกับ:, , , , , , ,

เทคนิคการขาย
“งาน ขาย” ถือเป็นงานที่ต้องใช้ศิลปะเพื่อการจูงใจลูกค้า ดังนั้น พนักงานขายจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การเสนอขาย เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายให้แก่องค์กร และการขยายฐานลูกค้าใหม่

เจาะลึก “ศิลปะการขาย”

  • ก่อน การขายสินค้าใดๆ ก็ตาม ผู้ขายจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการมากพอที่จะให้ข้อมูลแก่ ลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ทั้งในเรื่องราคา ส่วนลด หรือเงื่อนไขต่างๆ ผู้ขายจะต้องแสดงออกผ่านคำพูดด้วยความมั่นใจ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นต่อสินค้า หรือบริการที่นำเสนอขาย
  • พูด ให้เป็นธรรมชาติ โดยใช้คำพูดที่สุภาพ เช่นคำว่า สวัสดีค่ะ / ครับ ขออภัย ขอโทษ ขอบคุณ และเวลาพูดก็ควรมีหางเสียง อาทิ ค่ะ ครับ เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์แสลง หรือศัพท์เฉพาะที่ลูกค้าฟังแล้วไม่เข้าใจ
  • หมั่นเสนอแนะถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากสินค้าหรือบริการ
  • พยายาม ตอบข้อซักถามจากลูกค้า เพื่อลูกค้าจะได้รับทราบข้อมูลสินค้าหรือบริการที่เป็นจริงวิธีดังกล่าวจะ ช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายมากขึ้น
  • อดทน ต่อสิ่งต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นได้ในระหว่างการสนทนา เช่น คำตำหนิ คำร้องเรียน การปฏิเสธ การโต้แย้งในเรื่องส่วนลดของสินค้าหรือบริการ โดยผู้ขายต้องไม่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวต่อลูกค้า
  • สร้างสายสัมพันธ์ระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าเก่าเกิดการซื้อซ้ำ รวมถึงช่วยบอกต่อ และชักชวนเพื่อน หรือญาติสนิทให้สนใจซื้อสินค้าด้วย

ขายอย่างไร ให้มีคนซื้อ

1. ผู้ขายต้องจูงใจลูกค้าด้วยเหตุผล หมายถึง การอธิบายคุณลักษณะ คุณภาพ พร้อมทั้งประสิทธิภาพของตัวสินค้าหรือบริการ โดยมีน้ำหนักเพียงพอที่จะโน้มน้าวให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือได้
2. ผู้ขายต้องจูงใจลูกค้าด้านอารมณ์ คือ สินค้าและบริการของผู้ขายมีส่วนช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดีด้านใดบ้าง เช่น เมื่อเลือกใช้สินค้า หรือบริการของผู้ขายแล้ว ลูกค้าจะมีความสง่า ภูมิฐาน มีรสนิยม นำสมัย รู้สึกสบาย หรือมีความปลอดภัยจากอันตราย เป็นต้น
3. ผู้ขายต้องจูงใจลูกค้าด้วยระบบบริหารขององค์กร คือ มีระบบการจัดส่งสินค้าตรงเวลา ส่งสินค้าถูกต้องครบตามจำนวน มีบริการที่ดี หรือมีสินค้าให้เลือกมากมาย มีบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ เป็นต้น

10 วิธีในการเอาชนะความกลัวในการขาย

 

    คุณชอบงานขายมั๊ยครับ? ถ้าเป็นคุณจะตอบว่าอย่างไร ผมคิดว่าถ้าถาม 10 คน คงมีคนตอบว่าชอบไม่เกิน 2 คนแน่ครับ แปลกนะครับคนไทยส่วนใหญ่จะไม่ชอบงานขาย มองว่าเป็นงานที่จะต้องตากหน้าไปของ้อคนอื่น ซึ่งอันที่จริงแล้วงานขายเป็นงานที่จะสร้างรายได้ให้กับคุณได้อย่างไม่จำกัด และถ้าลองดูประวัติของมหาเศรษฐีของโลก ก็มีหลายคนที่ทำงานด้านการขาย และถ้าจะพูดถึงนิสัยใจคอหรือขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยแล้ว ยิ่งเหมาะที่จะทำงานขาย เพราะคนไทยเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน, เคารพผู้อาวุโส และโอบอ้อมอารี ซึ่งก็เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของนักขาย และที่สำคัญอีกประการคือการดำรงชีวิตทั่วไปของเรา ๆ ท่าน ๆ ก็เกี่ยวข้องกับงานขายอยู่ตลอด เช่น การทำงานบริษัททั่วไปก็เป็นงานการขายความคิด, การที่ลูก ๆ จะขอซื้อของก็ต้องพยายามโน้มน้าวใจเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ  และยังมีกิจกรรมอีกมากมายในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับงานขาย แม้แต่นายกรัฐมนตรีกว่าจะได้ตำแหน่งมาก็ต้องเป็นการขายแนวนโยบายเพื่อเอาชนะ ใจประชาชนเช่นเดียวกัน ดังนั้นอย่ามองข้ามงานขายนะครับ

สำหรับท่านที่ไม่ชอบงานขายมักมี เหตุผลต่าง ๆ ร้อยแปด แต่มีอยู่ข้อหนึ่งที่มักเกิดกับคนส่วนใหญ่แต่ไม่ค่อยจะยอมรับกันคือ ความกลัว ไม่ว่าจะกลัวอะไรก็แล้วแต่ วันนี้ผมมีวิธีที่จะชนะความกลัวที่ว่าข้างต้นมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งมันอาจจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาในการทำงานของคุณได้บ้างนะครับ

                  

1. ต้องรู้ต้นกำเนิดของความกลัว

ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เรากลัวนั้นแท้ที่จริงคืออะไร ส่วนใหญ่แล้วการกลัวการขายจะมาจากหลายรูปแบบ เช่น กลัวสินค้าหรือบริการของเราอาจจะไม่เป็นเหมือนกับสิ่งที่เราได้บอกไป, กลัวการปฏิเสธจากลูกค้า หรืออาจจะเป็นหลาย ๆ อย่างรวม ๆ กัน ดังนั้นการที่รู้สิ่งที่เรากลัวที่แท้จริงคืออะไรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ จะกำจัดความกลัวออกไปเพื่อเอาขนะมันให้ได้

2. เข้าถึงต้นกำเนิดความกลัวและทำการแก้ไข

เมื่อรู้ว่าต้นกำเนิดความกลัวคืออะไร ต้องรีบแก้ให้ตรงจุด เช่น กรณีที่ไม่มั่นใจในสินค้า ก็ต้องทำการปรับปรุงสินค้า ในทางปฏิบัติคุณอาจทำไม่ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็อาจจะช่วยได้ด้วยการนำเอาผลการสำรวจความพอใจลูกค้าส่งให้กับเจ้า หน้าที่ของบริษัทเพื่อทำการปรับปรุงสินค้าต่อไป ส่วนในเรื่องความกลัวการปฏิเสธ ก็ทำได้ด้วยการสังเกตและศึกษาลูกค้าให้ดี และทำการเตรียมตัวให้ดีก่อนเข้าพบลูกค้าก็พอจะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี

3. แสดงความกระตือรือร้นหรือตื่นเต้นต่อสิ่งที่คุณเสนอ

วิธีที่ดีวิธีหนึ่งที่หลายๆท่านเคย ใช้ได้ผลต่อการเอาชนะความกลัวในการขายคือการแสดงความกระตือรือร้นต่อสิ่งที่ คุณนำเสนอ ด้วยการจดรายการของผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะได้รับ, ตัวอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จ หรือความพึงพอใจของลูกค้าที่ได้รับจากการใช้สินค้า, บริการหรือสิ่งที่คุณกำลังเสนอ  จำให้ขึ้นใจเพื่อใช้ในการนำเสนอออกไปให้กับลูกค้าของคุณต่อไป

4. ปรับเปลี่ยนมุมมอง

ลองทำการปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ การขาย ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจหรือลำบากใจในการขาย ด้วยการปรับให้เป็นการแบ่งปันสินค้าให้ลองใช้, การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์สินค้าหรือบริการ, การบอกเล่าประสบการณ์ที่ดีต่อสินค้าหรือบริการ หรือบอกเล่าประสบการณ์จากการใช้สินค้าหรือบริการของผู้ที่ได้ใช้แล้ว แทนการที่จะพยายามโน้มน้าวให้เกิดการซื้อ ซึ่งอาจจะทำให้คุณสบายใจขึ้นและพร้อมที่จะปฏิบัติมากกว่าการคิดว่าจะออกไป ขายนะครับ

5. เริ่มแต่น้อย

บ่อยครั้งที่หลายท่านพยายามที่จะขาย จำนวนหรือปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งทำให้กดดันตัวเองมากเกินไปจนทำให้เกิดความกลัวขึ้นในที่สุด ดังนั้นในการที่จะเอาชนะความกลัวนี้ได้ก็เพียงคุณเริ่มแต่น้อย เช่นเริ่มต้นธุรกิจด้วยการแนะนำให้กับเพื่อนสนิทบางคน และค่อยขยายต่อไปในวงกว้างขึ้น ๆ ต่อไป หลาย ๆ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จก็เริ่มจากเล็ก ๆ และค่อยๆ โตอย่างมั่นคง

6. ทำตามแนวทางแห่งความสำเร็จ

เก็บเป้าหมายแห่งความสำเร็จไว้ใกล้ ตัวที่สามารถทบทวนได้เสมอ และทำการบันทึกผลการทำงานลงไปทุกวันเพื่อเปรียบเทียบและประเมินกับเป้าหมาย วิธีนี้จะช่วยให้คุณทำงานตามแนวทางได้อย่างถูกต้อง

7. สนุกกับงาน

อย่าเครียดกับงานจนมากเกินไป ควรจะทำงานด้วยความสนุกบ้าง หรือถ้ามีโอกาสก็หาวิธีที่จะบังปันกลับให้กับสังคมบ้าง เช่นการบริจากเงินหรือสิ่งของให้กับมูลนิธิหรือสมาคมบ้าง จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

8. มุ่งมั่นต่อเป้าหมาย

หลาย ๆ ท่านที่ประสบความสำเร็จเพราะความมุ่งมั่นและโฟกัสต่อการที่จะไปให้ถึงเป้า หมายและผลประโยชน์ของตนที่วางแผนไว้ ต้องหมั่นเตือนตัวเองเสมอว่าเราต้องการอะไร, ทำไมเราจึงทำสิ่งเหล่านี้ ซึ่งก็จะช่วยให้คุณทำต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไปถึงสิ่งที่ฝันไว้

9. ละวางบ้าง

ในบางช่วงก็ต้องมีการละวางจากผลการทำ งานบ้าง บางครั้งการที่เราจริงจังกับผลงานที่ออกมามากจนเกินไปก็อาจกดดันเรามากเกิน ไปได้ ซึ่งก็จะต้องละวางต่อผลงานลงบ้างในบางจังหวะ และหันมาทบทวนถึงวิธีการทำงานหรือความพยายามที่จะให้ได้ผลงานนั้นออกมา ว่าในระหว่างทางนั้นเราทำได้ดีหรือยัง ควรต้องปรับปรุงอะไรบ้างหรือไม่

10. หมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในธุรกิจใดหรือทำงาน สาขาใดก็ตาม สิ่งที่คุณขาดไม่ได้คือการที่จะต้องหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความชำนาญ และทักษะที่เพิ่มขึ้นต่อ ๆ ไป ไม่ว่าคุณจะเก่งเพียงใดก็ตาม ถ้าคุณหยุดนิ่งไม่ฝึกฝนหรือพัฒนาตัวเอง ในไม่ช้าคนอื่นก็แซงคุณอย่างแน่นอนครับ อย่าลืมนะครับว่าปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัตน์ โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เพียงแค่หยุดนิ่ง คุณก็ล้าหลังแล้วครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าบทความนี้พอจะเป็นเครื่องลางช่วยให้คุณคลายความกลัวและมีความมั่นใจในงานขายมากขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ


 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s